อยุธยา เที่ยวอยุธยา โรงแรมอยุธยา ร้านอาหารของฝากอยุธยา ทัวร์อยุธยา

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on Pinterest

ประวัติความเป็นมาของ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยานี้เป็นจังหวัดที่รู้จักกันดีกว่าเคยเป็นอดีตเมืองหลวงของไทยมาก่อนที่มีอาณาจักรอันเคยรุ่งโรจน์มาเป็นเวลานาน จึงมีโปรษรสถานนับร้อยแห่งให้คนไทยเราและชาวโลกได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เหตุนี้เองทางกรมศิลปากรจึงได้ประกาศให้จังหวัดอยุธยาเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ต่อมาก็เลยได้รับการยกฐานะจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยามีพื้นที่ 1,810 ไร่ เป็นอุทยานที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมมากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ เมืองอยุธยาอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กม. เท่านั้นเอง ซึ่งการเดินทางก็สุดแสนสะดวกสบายมีทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางเรือ เมืองอยุธยานั้นไม่เพียงแต่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แต่ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่หลายกลุ่ม อย่างเช่นชุมชนมุสลิม ชุมชนชาวญวน ชุมชนคนไทยตามริมแม่น้ำลำคลอง ที่สืบทอดมาจนเดี๋ยวนี้เยอะมาก หลายกลุ่มมีฝีมือในงานศิลปหัตถกรรมสร้างชื่อเสียงระดับประเทศชาติได้ไม่น้อยเลย อย่างเช่น หมู่บ้านอรัญญิก เป็นแหล่งทำมีดที่รู้จักกันดี บ้านหัวแหลมในเกาะเมืองอยุธยา เป็นแหล่งจักสานปลาตะเพียน งานหัตถกรรมหลายอย่างก็ได้รับส่งส่งเสริมจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลปัจจุบันของเรา พระองค์ท่านจัดตั้งเป็นศูนย์ศิลปาชีพบางไทร มีผลงานเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ จนเป็นที่ยอมรับกันในด้านฝีมือและคุณภาพของชิ้นงาน

อีกประการหนึ่งเมืองอยุธยาของเรานั้นยังมีฐานะเป็นเมืองอุตสาหกรรมตามนโยบายของรัฐบาลด้วยส่งผลถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอยุธยาในปัจจุบันจากที่เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำอันสำคัญของประเทศมาเป็นเวลานาน ผู้คนประกอบอาชีพทำนา ทำสวนเป็นหลัก ต้องหันไปใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งก็ทำให้มีรายได้ที่แน่นอนกว่าการทำการเกษตร ปัจจุบันนี้ในจังหวัดอยุธยาเรามีโรงงานนับร้อยเข้าไปแล้วที่อื่น ๆ อีกไม่รู้เท่าไรถึงอย่างไรก็ตามอยุธยาเป็นเมืองลุ่มน้ำลำคลองมีมนตร์เสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติชื่นชมอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ และยังเป็นแหล่งของกินใกล้กรุง ที่มีร้านอาหารรสเด็ด ๆ บรรยากาศดี ๆ ตั้งเรียงรายไปตามลำน้ำด้วยการรับประทานอาหารไปเพลิดเพลินไปกับการชมทิวทัศน์และธรรมชาติ เชิญแวะมาสูดกลิ่นอายเมืองแห่งประวัติศาสตร์ก่อน

ธรรมชาติของอยุธยา
พูดถึงเรื่องด้านธรรมชาติด้วยแล้ว อยุธยาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแม่น้ำลองคลอง มีลักษณะเป็นเกาะเรียกได้ว่า “เกาะเมืองอยุธยา” เพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาจากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ คือได้ผ่านเข้ามาทางอำเภอบางบาล อ้อมตัวเมืองอยุธยาทางด้านตะวันตกไหลลงไปทางใต้ของเกาะเมืองแล้วจึงไหลเข้าสู่บางปะอินบางไทร สองปากของแม่น้ำมีทิวทัศน์อันแสนจะงดงามด้วยธรรมชาติและยังมีแม่น้ำป่าสักไหลมาทาง อำเภอท่าเรืออำเภอนครหลวง โอบล้อมตัวเมืองทางด้านตะวันออกมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางกะจะหน้าวัดพนัญเชิงบริเวณนี้จึงเป็นวังน้ำที่เชี่ยวกรากมากด้วย ส่วนแม่น้ำลพบุรีเป็นเส้นเลือดสำคัญของอยุธยาเพราะต้นธารน้ำไหลมาจาก อำเภอเมืองลพบุรี ไหลเข้าสู่อยุธยาทาง อำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช อำเภอบางปะหัน โอบล้อมตัวเมืองอยุธยาทางด้านเหนือ ชาวบ้านเรียกแม่น้ำสายนี้ว่า “คลองเมือง” แม่น้ำลพบุรีมาสบกับแม่น้ำป่าสักที่บริเวณหัวรอ

แม่น้ำน้อยแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทไหลผ่านหลายจังหวัดด้วยกันแต่ก็มาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลานเท”

กล่าวถึงทำเลที่ตั้งเมืองอยู่ในบริเวณชุมทางของแม่น้ำหลายสายซึ่งไหลสู่อ่าวไทยที่อยู่หางออกไปไม่ไกล จึงเป็นเส้นทางที่เรือสินค้าต่างประเทศสามารถแล่นเข้ามาติดต่อทำมาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาจึงกลายเป็นเมืองท่าอันสำคัญมั่งคั่งเป็นศูนย์กลางพาณิชย์นาวีที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23-24 ความมั่งคั่งและความรุ่งเรืองของอยุธยานั้นมีมากอันหาดูได้จาก ซากโบราณสถานและศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าพระยา

ด้วยความที่อยุธยาเป็นเมืองลุ่มน้ำและตั้งอยู่ในเขต “ดินดอนสามเหลี่ยม” อันเกิดจากการทับถมของตะกอนและโคลนตม ผืนแผ่นดินน้ำจึงอุดมสมบูรณ์มาก จึงเหมาะแก่การเพาะปลูก ชาวอยุธยาแต่เดิมนั้นทำนาเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว ผลิตข้าวได้มาก จนกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญมาตั้งแต่ปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สร้างความดีในด้านการผลิตข้าวจนเป็นที่เชื่อถือนานาอารยประเทศ ถ้าพูดถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว หลายประเทศต้องรู้และเข้าใจทั้งประวัติการเป็นมา เพราะได้สร้างชื่อเสียงระบือลือนามมาเป็นเวลาอันยาวนานกว่ายุคสมัยต่าง ๆ และทุกอย่างจะครองความเป็นประวัติศาสตร์ของไทยของโลกตลอดไป ตราบนามเท่านาน

Share on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterPin on Pinterest

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *