
ถือเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวของอีสานเลยก็ว่าได้ อยากพิชิตอีสานต้องมาพิชิตภูกระดึงก่อนถึงจะเรียกว่าพิชิตอีสานแล้วการเดินทางก็ไม่ยาก แต่เราต้องไปถึงอุทยานก่อนบ่ายสองโมงเพราะทางอุทยานภูกระดึงไม่อนุญาตให้ขึ้นภูกระดึงหลังบ่ายสองโมง เพราะการเดินขึ้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 – 5 ชั่วโมง หากขึ้นช้าจะมืดเสียก่อนถึงที่พักและอันตรายระหว่างทางไม่มีไฟฟ้าแนะนำให้นำไฟฉายติดตัวมาด้วยเพราะบนภูกระดึงจะปิดไฟตอนสี่ทุ่มจะเหลือไฟไว้เฉพาะจุด ที่สำคัญ
การเดินทางเริ่มต้นที่ขนส่งหมอชิตใหม่ สายเดินทางสู่ภาคอีสาน แจ้งเจ้าหน้าทีว่าลงผานกเค้า ทางขึ้นภูกระดึง เมื่อถึงที่ผานกเค้าจะมีรถสองแถวต่อไปยังภูกระดึงอีกที แนะนำเดินทางจากหมอชิตเที่ยวประมาณ ทุ่ม – สี่ทุ่ม หรือถามเจ้าหน้าที่ออกตั๋วก็ได้ว่าให้ไปถึงผานกเค้าสักแปดโมง เก้าโมง เช้า



เมื่อมาถึงผานกเค้าแล้วต่อรถสองแถวคนละ 25 บาทเพื่อไปยังจุดเริ่มต้นการเดินทางขึ้นภูกระดึงเมื่อไปถึงให้ไปติดต่อซื้อบัตรขึ้นภูและไปติดเรื่องเต็นท์นอนที่เราได้ทำการจองไว้จากนั้นก็นำกระเป๋าไปชั่งแล้วติดแท็กกระเป่าสำหรับท่านที่ใช้บริการลูกหาบ แนะนำให้ใช้บริการลูกหาบเพระว่าลำพังแค่เดินสตัวเปล่าก็เหนื่อยแล้วหากแบกของขึ้นไปเองเกรงจะเดินไม่ไหวเอาและทอดใจกลางคันก็ไม่ได้เสียด้วย ค้าลูกหาบกิโลกรัมละ 15 บาท เมื่อทำการชั่งน้ำหนักเรียบร้อยเราก็เดินตัวเปล่าขึ้นภูกระดึงกัน


เมื่อเราเดินขึ้นไปจนถึงแปรก็จะเป็นมาเรียบต้องเดินไปยังที่พักอีก 3 กิโลเมตร ถึงจะถึงที่พักเมื่อไปถึงที่กางเต็มท์ภูกระดึงแล้วกให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเช่าถุงนอน ผ้าห่ม และเบาะปูพื้นเพื่อป้องกันน้ำจากพื้นดินแนะนำให้เช่าจะได้นอนนุ่ม ๆ เมื่อเช่าเสร็จแล้วก็เดินเลือกทำเลเต็นท์ที่ยังว่างเมื่อได้เต็นท์ที่ต้องการก็จัด ปูที่นอนให้เรียบร้อยจากนี้ก็ถึงเวลาเดินเที่ยวกันแล้วสำหรับท่านใดขึ้นภูกระดึงตั้งแต่เช้าก็จะมีเวลาในการเดินเที่ยวหรือไปรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนท่านใดขึ้นช่วงบ่ายก็อาจะพลาดชมพระอาทิตย์ตกไปถึงก็จัดของให้เรียบร้อยอาบน้ำแล้วไปหาอะไรร้อน ๆ ทาน ที่นี้มีร้านอาหารให้เลือกนั่งร้านหมูกระทะก็มีราคาขอบอกว่าคูณสองจากปรกติ ต้องเข้าใจว่าการขนของขึ้นมายากลำบากและต้องเสียค่าขนอีกก็เข้าใจ อากาศข้างบนภูกระดึงค่อนข้างเย็นมาก ๆ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวมาให้พร้อมและเหล้าสักสองสมแก้วช่วยให้อุ่นได้เยอะเลยแต่ต้องเอามาเองเพราะบนภูกระดึงไม่มีจำหน่ายจริง ๆ ห้ามดื่มด้วยแต่แอบ ๆ แก้หนาว สี่ทุ่มเข้านอนเตรียมตื่นแต่เช้าเพื่อไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยาเช้าประมาณตีสี่ก็เริ่มตื่นกันแล้ว เพราะต้องล้างหน้าแปรงฟันตื่นเร็วสักหน่อยจะได้ไม่ต้องรอคิวล้างหน้านาน เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยจะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานพาเราไปผานางแอ่นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด เมื่อดูกสร็จก็อาจจะเดินไปดูยังจุดอื่น ๆ อีกซึ่งมีให้ดูได้ทั้งวันอย่าลืมไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาล่มสักขอบอกว่าสวยมาก ๆ สำหรับท่านที่จะลงก็ให้รีบกลับมาที่เต็นท์เก็บสัมภาระเพื่อเอาไปชั่งน้ำหนักและให้ลูกหาบได้แพ็คเตรียมแบกลงไปให้หากท่านช้าท่านอาจจะต้องแบกลงไปเอง สำหรับท่านใดไม่อยากเดินจะใช้บริการลูกหาก็ได้ ราคา 2,000 บาทต่อท่านน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เที่ยวภูกระดึงกลับมาผอมกันเลยทีเดียว
กลับมาที่ลูกหาบสอบถามลูกหาบบางท่านทำงานนี้มาเกือบ 20 ปีแล้ว ขอยกนิ้วให้ในความอดทนเพราะแต่ละคนจะแบกน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ซึ่งใช้เวลาในการแบก 4 – 5 ชั่วโมง วันหนึ่งจะได้อย่างมากสองเที่ยว ลูกหาบรอบสุดท้ายจะขึ้นประมาณ 2 โมงเย็นกว่าจะถึงก็มืดแล้วต้องใช้ไฟฉาย ในการนำทางขึ้นไปบนภูกระดึง ขอบอกว่าแค่เดินปรกติแบบตัวเปล่าก็ลำบากแล้ว แต่นี่ต้องหาบของหนักตั้งแปดสิบกว่าโลคิดเอาว่าจะลำบากแค่ไหน
เดินกันต่อครับ การเดินขึ้นภูกระดึงก็จะมีแต่ละชั้นให้เราได้เป็นจุดพักเพื่อเรียกกำลังใจ แต่ละชั้นก็จะมีชื่อเรียก จุดแรกที่ท่านจะได้เจอ คือ ซำแฮก แฮกจริง ๆ ครับแค่ซำแรกก็เล่นเอาเหนื่อย แฮกแล้ว , ซำบอน, ซำกกกอก, พร่านพรานแป, ซำกกหว้า, ซำกกไผ่, ซำกกโดน, ซำแคร่, ปิดท้ายด้วยหลังแป เป็นลานกวางและมีป้ายถ่ายรูปว่าคุณได้ขึ้นถึงจุดสูงสุดของภูกระดึงแล้ว จากนั้นก็เดินทไปยังที่พักอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ซำแต่ละซำ ก็จะมีร้านค้าขายของกินขายของที่ระลึก ตลอดเส้นทางไม่ต้องกลัวเหนื่อยกลัวหิว
รูปอาจจะลงไม่หมดนะครับเลือกมาบางรูป
ถ้าเจอป้ายนี้ก็แสดงว่าคุณได้ถึงจุดบนสุดของภูกระดึงแล้วแต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะครับเรายังต้องเดินทางราบอีกประมาณ 3 กิโลเพื่อไปยังที่พักครับ
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Thursday, May 17th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Monday, May 14th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....