เล้นทาง สื่อมวลชนสัญจร ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ เราได้ร่วมเดินทางกับ สมาคมธุรกิจท่องเทียวภายในประเทศ ( สทน ) และ สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทับบก เส้นทางสีเขียวที่นักเดินทางหลายคนอาจยังไม่เคยได้ไปสัมผัส นั่นคือการเดินทางท่องเที่ยวในค่ายทหาร เราสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้เลยครับ ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 5 – 6 ชม. เราก็จะถึงจังหวัดตาก เราเดินทางโดยรถของพี่ทหาร วันแรก.
จากนั้นแวะสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลตำบลเกาะคา จ.ลำปาง
สินค้าพื้นบ้าน เทศบาลตำบลเกาะคา จ.ลำปาง
การแสดงของน้องๆหลังจากนั้นเราเดินทางสู่ที่พัก คืนนี้เราพักกันที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ต.แจ้ซ้อน อ. เมืองปาน จ. ลำปาง
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองปาน อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่มและอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิด และมีธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตก แอ่งน้ำอุ่น บ่อน้ำพุร้อน ซึ่งสามารถเป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่าใต้พื้นโลกเรายังมีความร้อนระอุอยู่ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง มีเนื้อที่ประมาณ 768 ตารางกิโลเมตร หรือ 480,000 ไร่
อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนได้รับรางวัล “อุทยานแห่งชาติดีเด่นประจำปี 2543 ” ตามที่กรมป่าไม้ได้จัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 104 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2543 โดยได้จัดประกวดอุทยานแห่งชาติดีเด่นด้านการท่องเที่ยวประจำปี 2543
ในส่วนของสถานที่พักก็จะมีน้ำพุร้อนที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัส อากาศหนาวๆ ป่าเขียว ไอดินจากน้ำพุร้อน สะกดให้ผมพาตัวเองลงไปแช่ในอ่างน้ำร้อน ท่ามกลางขุนเขา และป่าเขียว
หลังจากที่เราได้พักสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนแล้ว เช้าวันที่ 2 ผมและคณะก็เดินทางสู่บ้านทุ่งจี้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่บ้าน ทุ่งจี้ ตำบล ทุ่งกว๋าว อำเภอ เมืองปาน จังหวัด ลำปาง มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนองพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่เพื่อให้ทุกส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ร่วมกันแก้ไขปัญหา การทำลายทรัพยากรป่าไม้ บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และให้มีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการส่งเสริมอาชีพ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยดำเนินงานโครงการศิลปาชีพ เพื่อเป็นการสร้างองค์กรมวลชนในพื้นที่ให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้
ช่วงบ่ายแนะนำให้ไป สักการะอนุสาวรีย์ เจ้าพ่อประตูผา
ภายในมีกิจกรรมทางหทารให้เราได้สัมผัสเช่น กระโดดหอสูง 34 เมตร โชว์การจับงูการสังเกตุสัตว์มีพิษ การครองชีพในป่า สาธิตการกระโดดร่ม และยังมีการแสดงของน้องๆ ทหารใหม่ให้ได้ชมกันด้วย
จากนั้นเราเดินทางสู่จังหวัดน่าน สามารถแวะนั่งรถราง ของทางเทศบาล จ.น่าน เพื่อชมเมืองได้ และแล้วเราก็เดินทางมาถึงที่พัก อ. ปัวกับบรรยากาศแบบชิวๆ ณ โรงแรมชมพูภูคา พร้อมรับประทานอาหารเย็น
สวัสดียามเช้าวันที่ 3 เดินสู่ อ. ทุ่งช้าง จ.น่าน เราจะเดินทางสู่ อ. ทุ้งช้าง เยี่ยมชมศูนย์ปฎิบัติการบ้านห้วยโก๋น การเดินทางในวันนี้เรามาเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างครับ พี่ๆทหารพาเรานั่งรถยีเอ็มซีจากที่พักสู่ศูนย์ปฏิบัติการห้วยโก๋น ระหว่างทางเราได้นั่งรถผ่านหุบเขาและสายหมอกยามเช้า อิ่มเอมกับธรรมชาติสองข้างทาง อดไม่ได้ที่จะต้องหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาเก็บภาพความทรงจำ เพียง 45 นาที เราก็มาถึงศูนย์ปฏิบัติการห้วยโก๋น ……ต้องขอบคุณพี่ๆทหารที่พาพวกผมเปลี่ยนบรรยากาศการนั่งรถแล้วยังมาได้ชมความงามแห่งขุนเขาที่ห้วยโก๋นอีก
อนุสรณ์สถานยุทธภูมิบ้านห้วยโก๋นเก่า
เดิมเคยเป็นฐานปฏิบัติการของกองพันทหารราบที่ 3 ในบริเวณฐานปฏิบัติการยังคงรักษาสภาพเดิมไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา มีสนามเพลาะ แนวกับระเบิด คลังอาวุธ จุดที่ทหารไทยเสียชีวิตในบริเวณเดียวกับยุทธภูมิยังมี ฐานสู้รบเหล่าผู้กล้า ฐานทหารเก่าที่บ้านห้วยโก๋น ตำบลห้วยโก๋น เป็นสมรภูมิการสู้รบในอดีต เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2518 ผกค.ได้เข้าโจมตี ทำให้ทหารในสังกัดทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานแห่งนี้ 69 นาย เสียชีวิต 17 นาย ฝ่าย ผกค. บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายทหารสามารถรักษาฐานปฏิบัติการแห่งนี้ไว้ได้ ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีอนุสรณ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ของลัทธิการปกครองที่แตกต่างกัน ภายในฐานยังมีบริการบ้านพักแก่นักท่องเที่ยว ติดต่อได้ที่กองพันทหารราบที่ 15 หรือ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานจู่โจม ค่ายสุริยะพงษ์
เป็นทางที่ทหารใช้เดิน เพื่อป้องกันการซุ่มยิงของฝ่ายตรงข้ามที่จะเข้ามายึดพื้นที่ และท่านจะได้รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ทหารเพิ่มเติมอีกด้วย สถานที่แห่งนี้ทหารไทยสามารถปกป้องดินแดนไว้ได้แต่ก็ต้องสูญเสียเหล่าทหารผู้กล้าไปอีกไม่น้อย ในการสู้รบแต่ระครั้งหากทหารได้รับบาดเจ็บหรือโดนกระสุนของฝ่ายตรงข้ามโอกาสจะเสียชีวิตมีมากเพราะการรักษาพยาบาลหรือจะนำเฮลิคอปเตอร์ มารับเป็นไปได้อยากมาก เพราะฝ่ายตรงข้ามจะค่อยซุ่มยิงเฮลิคอปเตอร์อยู่ตลอดเวลา
หลังจากทราบความเป็นมาเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางสู่ที่พัก ณ เขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
เขื่อนสิริกิติ์
หลังจากได้รับความรู้กันไปแล้วเราก็ได้รับประทานอาหารเย็นริมเขื่อน(ขอบอกว่าบรรยากาศดีมากๆ หรือถ้าหากเดินทางมาเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อขอดนตรีจากน้องๆหหารได้ด้วย บอกได้เลยว่าไม่แพ้วงดนตรีของพลเรือนเลยทีเดียวเชียว ) เป็นอันว่าวันนี้ได้ทั้งสาระความรู้มากมาย สัมผัสธรรมชาติอันสวยงามบนผืนแผ่นดินไทยในอีกมุมที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน และปิดท้ายทานอาหารอร่อยๆไปพร้อมๆกับเสียงดนตรีเพราะๆจากพี่ๆทหาร …..เกินจะบรรยายจริงๆเลยครับ
ระเบียง…มุมนั่งเล่นรับลม
บรรยากาศ บริเวณที่พัก
ก่อนเดินทางกลับ เราสามารถดูโรงปั่นไฟ การปั่นกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำและล่องเรือรอบเขื่อน เก็บภาพบรรยากาศดีๆก่อนกลับได้นะครับ
จากนั้นเราก็เดินทางกลับด้วยความประทับใจ……. ผมเก็บภาพความประทับใจใส่ความทรงจำกลับมาเพียบเลยครับ ^_^
” มดเดินทาง”
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Thursday, May 17th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Monday, May 14th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....