เก็บรูปที่เคยไปเที่ยวภูเก็ตไว้นานมากถึงเวลาเอามาปัดปุ่นลงเว็บเสียที่เราเริ่มต้นกันที่สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองกันเลยภูเก็ตถือว่าเป็นเมืองที่ยังอนุรักษ์ของเก่า ๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูได้ชมมีทั้งบ้านและตึกเก่าที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และความเป็นมาของสถาปัตยกรรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งตึกเก่าเหล่านี้อยู่บนถนนถลาง ถนนกระบี่ ถนนดีบุก และ ถนนเยาวราช ตึกแถวที่นี่เรียกว่า “เตี้ยมฉู่” มีทั้งคฤหาสน์ฝรั่ง ที่เรียกว่า “อั้งม้อเหลา” เรียงรายกันตลอดสองข้างถนน ซึ่งถนนสายคลาสสิกเหล่านี้อยู่คู่กับเมืองภูเก็ตมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5 สมัยพระยารัษฏานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นผู้ว่าการมณฑลภูเก็ตในสมัยนั้น ท่านได้บริจาคทรัพย์ส่วนตัวจากผู้ที่ทำเหมืองแร่ในสมัยนั้นให้ราชการตัดถนนในเมืองภูเก็ตขึ้นหลายสายทำให้เกิดบ้านเรือนของเหล่าผู้ทำเหมืองแร่อยู่สองฟากถนนด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโน โปรตุกีสที่รับมาจากปีนัง ในสมัยนั้นภูเก็ตถือเป็นแหล่งแห่งความเจริญรุ่งเรือง
ตึกเก่าที่ภูเก็ตแบ่ได้เป็น 4 ยุค ยุคแรก เริ่มสร้างในสมัยรัชการที่ 5 เป็นตึกแบบจีนเรียบง่ายมีทั้งชั้นเดียวและสองชั้นไม่มีลวดลาย ยุคที่ 2 ในช่วงปลายรัชการที่ 5 ต้นราชการที่ 6 ตึกยุคนี้มีการผสมผสานกับสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบคลาสสิกลักษณะเด่นคือหน้าต่างเป็นบานยาว ขอบวงกบบนโค้ง ประดับหัวเสากรีก-โรมันและวดลายปูนปั้นเหนือประตูหน้าต่าง ยุคที่ 3 อยู่ในช่วงรัชกาลที่ 7 มีการสร้างราวระเบียงชั้นบนชั้นล่างเป็นทางเดินทางแบบอาเขตเน้นประโยชน์การใช้สอย ยุคสุดท้ายในช่วงปลายรัชกาลที่ 7 ระเบียงด้านหน้าประดับด้วยลวดลายปูนปั้นเอกลักษณ์สำคัญคือหลังคาทำเป็นลูกกรงระเบียงบังเอาไว้มองไม่เห็นกระเบื้องหลังคา ซึ่งแต่ละยุคก็จะมีจุดสังเกตที่ต่างกันออกไป
ขอบคุณภาพจาก http://paribut.bloggang.com
เป็นสัญลักษณ์อีกที่หนึ่งของภูเก็ต ถ้าหากคุณมาเที่ยวภูเก็ตแล้วต้องมาที่สะพานหินแห่งนี้ในอดีตสะพานแห่งนี้จะเป็นที่ทำกิจกรรมของชาวภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นการมาเดินเล่นปั่นจักรยาน พาครอบครัวมาปิคนิค ออกกำลังกายหากมาที่นี่แล้วหาไม่เจอถามคนภูเก็ตรับประกันว่าคนภูเก็ตจะต้องรู้จักดี และมีสัญลักษณ์คล้ายเปลือกขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์สะพานหินตั้งเด่นชัด แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นสัญลักษณ์กระเฌอขุดแร่เป็นสัญญาลักษณ์ให้ระลึกถึงสมัยก่อนที่ภูเก็ตจะมีการขุดแร่เป็นอาชีพ ในยุคของกัปตันฟานซิสไรท์เข้ามาบุกเบิกทำเหมืองแร่ดีบุก เดิมนั้นสะพานหินแห่งนี้เป็นท่าเทียบเรือเรียกว่าท่าเทียบเรือ นฤศร ภูเก็ต ที่เรียกว่าสะพานหินก็เพราะในสมัยก่อนจะมีเรือเข้ามาเทียบท่านี้นี่ก็จะใช้หินเรียงทำเป็นสะพาน ณ ปัจจุบันนี้สะพานหินได้กลายเป็นแหลมและที่นี่ก็เป็นทะเลที่ใกล้ตัวเมืองภูเก็ตมากที่สุด สะพานหินในสมัยก่อนถือเป็นสถานที่ทำกิจกรรมของชาวภูเก็ตมีเปิดร้านขายของสนามกีฬาให้เด็ก ๆ ได้เล่น ได้ออกกำลังกายแต่ปัจจุบันอาจจะไม่ครึกครื้นเหมือนเมื่อก่อนเพราะมีห้างสรรพสินค้าและแหล่งบันเทิงใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายที่ทำกิจกรรมร่วมกันเลยเปลี่ยนไป
ขอบคุณภาพจาก http://paribut.bloggang.com
ไขมุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้
หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี
บารมีหลวงพ่อแช่ม
คำว่า “ภูเก็ต” นั้นเชื่อว่าเพี้ยนมาจากภาษามลายูคือ “บูกิ๊ต” ซึ่งแปลว่าภูเขา ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยตัวเมืองอยู่ที่ถลางซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองถลางเดิมมีขุนนางไทยคอยดูแลรักษาผลประโยชน์เพราะฝรั่งฮอลันดามารับซื้อสินค้าจำพวกแร่ ต่อมาถึงรัชกาลที่ 1 พระเจ้ากรุงอังวะยกกองทัพเข้ามารุกรานหัวเมืองฝ่ายตะวันตกแถบชายทะเลของไทยในปี พ.ศ. 2328 โดยแบ่งกองทัพยกไปตีเมืองกระ ระนอง ชุมพร ไชยา ตลอดลงไป ถึงเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนั้นกองทัพกรุงเทพฯ ยังติดพันการศึกที่กาญจนบุรียกมาช่วยไม่ทัน พม่าส่งแม่ทัพชื่อยี่หวุ่น ยกทัพเรือมาตีได้ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า แล้วเลยไปตั้งค่ายล้อมเมืองถลางไว้ ขณะนั้นพระยาถลางถึงแก่กรรมยังไม่ได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่ ภริยาเจ้าเมืองถลางชื่อจัน กับน้องสาวชื่อมุก จึงคิดอ่านกับกรรมการทั้งปวกตั้งค่ายใหญ่ขึ้น 2 ค่าย ป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ พม่าล้อมเมืองอยู่เดือนเศษเมื่อหมดเสบียงก็เลิกทัพกลับไป ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องยศให้วีรสตรีทั้งสองเป็นท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทรเป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ชาวเมืองตลาดมา เกาะถลางหรือเมืองถลางได้เปลี่ยนชื่อเป็นเกาะภูเก็ต หรือเมืองภูเก็ตในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ภูเก็ตได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสวยงามของทิวทัศน์ และหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าใส พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวอกทางการท่องเที่ยวครบครัน เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งในาภาคใต้ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร ความยาวสุดของเกาะภูเก็ตวัดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ 48.7 กิโมเมตร และส่วนกง้างที่สุดวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 21.3 กิโลเมตร ภูเก็ตแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง อำเภอถลาง และอำเภอกระทู้
ความศรัทธาสร้างปาฏิหาริย์ ใครต้องการจะเดินทางเพื่อพิสูจน์คำพูดนี้ ต้องลงใต้ไปที่จังหวัดภูเก็ตร่วมพิธีถือศีลกินผัก เพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อตามคำตอบของปาฏิหาริย์แห่งศรัทธา เจี๊ยะฉ่าย หรือที่เรียกกันติดปากว่า กินผัก เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน พิธีกรรมหลัก ๆ มีอยู่ 5 พิธี คือ พิธีแห่งพระ (อิ้วเก่ง) เป็นพิธีอัญเชิญเฮี้ยวโห้ย (ไฟศักดิ์สิทธิ์๗ ) เพื่อเป็นสิริมงคลและทำให้รุ่งเรืองประดุจไฟ ซึ่งองค์เทพต่าง ๆ จะประทับทรงในร่างม้าทรง แห่ไปตามถนนรอบเมืองภูเก็ต โดยที่องค์พระใช้อาวุธทิ่มแทงร่างกายเป็นการแสดงถึงบารมีขององค์เทพนั้น ๆ พิธีอัญเชิญหล่ำเต้าปักเต้าเป็นการอัญเชิญองค์เทพมาเพื่อให้บุคคลยำเกรงและหมั่นทำความดียิ่งขึ้นพิธีลุยไฟ พิธีขึ้นบันไดมีดหรือพิธีกรรมอื่น ๆ เป็นพิธีที่แสดงให้เห็นถึงความบริสรุทธิ์สะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ พิธีสะเดาะเคราะห์ (โก้ยห่าน) เพื่อให้ผู้ที่ร่วมในประเพณีได้สะเดาะเคราะห์ จากนั้นในช่วงดึกของวันสุดท้ายจะเป็นพิธีส่งพระ เพื่อจะไปประกอบพิธีส่งพระที่ปลายแหลมสะพานหิน ระหว่างพิธี ชาวบ้านจะช่วยกันจุดประทัดดึงอึกทึกไปทั้งเส้นทาง ประเพณีกินผักนี้ถือว่าเป็นการอุทิศความดีให้กับพระและเทวดาฟ้าดินเพื่อให้คุ้มครองชาวภูเก็ตและเกาะภูเก็ตตลอดไปใครสนใจ ไม่ควรพลาดปาฏิหาริย์แห่งศรัทธานี้ งานประเพณีถือศีลกินผักจะจัดขึ้นตามปฏิทินจีน กำหนดวัน ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมอขงทุกปี ประเพณีถือศีลกินผักจะละเว้นไม่กินเนื้อสัตว์เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Friday, May 18th, 2012
Thursday, May 17th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Wednesday, May 16th, 2012
Monday, May 14th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
Friday, May 11th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....